2008/Apr/25

เอนทรี่นี้หลายคนอ่านหัวข้อแล้วอย่านึกว่าเป็นเรื่องความรักนะ พอดีคิดๆเรื่องของตัวเองขึ้นมาแล้วคำนี้มันก็ผุดขึ้นมาน่ะ มันเหมือนคนที่พยายามหนีเงาของตัวเองแต่สุดท้ายก็ไม่พ้น

ตอนที่เอนท์ติดที่ลาดกระบัง ก็ดีใจเนอะได้เรียนภาพยนต์และอนิเมชั่น ถึงจะไม่ชอบทำหนังเพราะเกลียดการทำงานกับคนหมู่มาก แต่ชอบดูการ์ตูนโคตรๆ จนสุดท้ายตอนเรียนจบได้ทำสมใจ ถึงจะไม่ดีเท่าที่ตั้งใจไว้ แต่ก็พอใจในระดับนึงเพราะทำด้วยตัวเองจริงๆ (ไม่ได้ให้พ่อจ้างใครมาทำอะไรๆให้แบบคนอื่น) ปั้นเอง ถ่ายเอง ขยับเอง (มีเพื่อนมาช่วยขยับฉากหนึ่งคน พอดีไม่ใช่ทศกัณฑ์จะได้มีสิบมือขยับได้พร้อมกัน) ลืมบอกว่าทำอนิเมชั่นแบบสต็อปโมชั่น ใช้ดินน้ำมันปั้นเอา คนอ่านคงจะงงว่าไมต้องขยับด้วย อืม...ก็มันเป็นสต็อปโมชั่นบอกไปถ้าไม่ได้เรียนมาก็คงยังงงอะนะ เอาเป็นว่าเทคนิคแบบเรื่อง chicken runอะ ที่เลือกทำอันนี้เพราะหลงใหลเทคนิคนี้มากๆ มันมีคนทำจริงๆน้อยมาก ที่เห็นดังๆก็มีแค่นิคพาร์ค(คนทำเรื่องไก่นั่นแหละ) เพราะคนฮิตแบบทรีดีมากกว่า งานของเราไม่ขอเอ่ยนามละกัน อาย

แต่มันเหนื่อยมากไง พอจบมาเลยคิดว่าพอกันทีวงการภาพยนต์ อีกอย่างที่เมืองไทยอนิเมชั่นไม่บูม ทำไปก็เงินน้อย นอกจากจะไปเรียนทรีดีอะถึงจะรุ่ง เลยเบนเข็มไปสมัครเป็นดีไซน์เนอร์ซะงั้น ดันได้งานที่บ.ผ้าลูกไม้ของยุ่นซะอีก คิดแล้วตลก ไม่เคยเรียนดีไซน์มาก่อน เรียนแค่กราฟฟิกนิดๆหน่อยๆเอง แต่บ.บอกว่า"ไม่มีใครออกแบบลายผ้าลูกไม้เป็นตั้งแต่เกิดหรอก ทุกคนต้องมีการเรียนรู้จากศูนย์ทั้งนั้น" ประทับใจนะ ทำงานอยู่ที่นี่นานพอสมควรด้วยเป็นปีๆ ได้เรียนตั้งแต่ศูนย์จริงๆ การเรียนไม่ได้มีแต่ในห้องเรียนจริงๆด้วย การทำงานที่นี่ทำให้ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนคนเดียวเป็นครั้งแรกด้วย สนุกมากๆ งานก็สนุก เงินก็ดี สวัสดิการเจ๋ง บินการบินไทยตลอด...ถ้าไม่มีเรื่องกับไอ้ยุ่นหัวหน้าโรงงานคงไม่คิดเลิกทำงานนี้ไปจนตายเลยละ

เป็นครั้งแรกที่คิดว่า"นี่คืองานที่เรารอคอยมาตลอดรึเปล่า? เหมาะกับเราแล้วใช่ไหม" หลายคนรวมทั้งเพื่อนเราที่ป่านนี้ก็ยังค้นหาตัวเองกันอยู่ทั้งๆที่อายุมากกันแล้ว ถ้ามีใครถามว่าเลือกเรียนไรดีพี่ เราจะบอกว่าเรียนไรที่อยากเรียนไปเถอะ สุดท้ายแล้วอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราค้นหาอยู่ก็ได้ บางคนชอบจำกัดความสามารถตัวเองอยู่แค่สิ่งที่เรียนมาจากมหาลัยเท่านั้น อย่างเพื่อนเราคนนีงเรียนกราฟฟิกมา แต่ตอนนี้กำลังผันตัวเองไปเป็นนักเขียนนิยายแล้ว เพราะมันไม่ได้ปิดกันตัวเองอยู่แค่นั้น เมื่อลองได้เขียนนิยายเพื่อนเราก็บอกว่านี่แหละคือสิ่งที่ใช่สำหรับมันตอนนี้ แต่อนาคตมันอาจจะทำอย่างอื่นอีกก็ได้ หากได้ลองเปิดประตูออกไป

หลังจากออกจากงานที่รัก เราก็ไปทำงานที่ใหม่ที่ได้เป็นดีไซน์เนอร์ออกแบบชุดชั้นในเต็มตัว (แต่ก่อนออกแบบแต่ลายผ้าลูกไม้อะ) การทำงานในวงการอันเดอร์แวร์มานานทำให้เหมือนผูกพันนะ ออกไปไหนได้ไม่ไกลหรอก แต่ที่บ.นี้ ลักษณะการทำงานเช้าชามเย็นชามไม่เหมือนบ.เก่าที่ทำงานแบบยุ่นเต็มขั้น ทำให้เราไม่ชินการทำงานแบบเฉื่อยแฉะ...อีกอย่างคือ ที่นี่ไม่มีไรให้เราเรียนรู้ กลายเป็นคนเสพติดการเรียนรู้จนอยู่ไม่สุก เขามีแต่สูบสิ่งที่เราเรียนรู้มาไปใช้ แต่ไม่คิดจะให้เรากลับบ้าง หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าเป้นไง คนที่เคยผ่านการทำงานน่าจะพอเข้าใจในสิ่งที่เราพยายามบอกถึงเรื่องการ"เรียนรู้" อยู่ที่นี่แล้วเหมือนร่างกายว่างเปล่าลงทุกวัน ขาดความคิดสร้างสรรค์ แต่ด้วยความที่เงินดีกว่าที่เก่าเลยทนทำไปเป็นปีอีกเหมือนกัน แล้วเลยลาออกไปเที่ยวอิตาลี่อย่างที่หลายๆคนคงรู้อยู่แล้ว

และก็อย่างที่รู้ๆกันว่าตอนนี้อยู่เกาหลี จากการแค่มาเที่ยวเล่น กลายเป็นมาเรียนรู้ภาษาเกาหลีไปซะ จนได้ทุนเรียนต่อโทจนถึงปัจจุบัน ตอนแรกที่สมัครทุนนี้เห็นว่าสอนกราฟฟิกดีไซน์และเวปดีไซน์เลยสนใจอยากเรียนอีกเลยลองสมัครดู ปรากฏว่าพอมาเรียนๆ อ.หัวหน้าภาคเขาจบอนิเมชั่นมาจากอเมริกา พอเห็นงานอนิเมชั่นเก่าของเราเลยลากเราไปเข้าแลปอนิเมชั่นซะงั้น ตอนนี้เลยต้องมานั่งเรียนอนิเมชั่นร่วมคลาสกับเด็กเกาหลีโดยที่ไม่ได้หน่วยกิจเพื่อสนองนี้ดอาจารย์ซะงั้น สิ่งที่วิ่งหนีไปมันตามมาหลอกหลอน จากที่คิดว่าไม่เอาอีกแล้ว ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วละ เราว่าจะลองดูอีกซักตั้งกับมัน ถึงจะดูเหมือนไม่มีอนาคต แต่ก็เป็นสิ่งที่รักนี่นา ยังไงก็ตัดไม่ขาด แม้จะยังชอบการออกแบบลายผ้ามากก็ตามนะ แต่มาถึงขั้นนี้คงต้องลองเดินคู่ไปกับมันอีกซักที ด้วยเทคนิคใหม่ๆ ด้วยแนวความคิดใหม่ๆที่กำลังได้เรียนรู้จากที่นี่...เหมือนตัวเราวิ่งอ้อมไปซะไกลสุดท้ายก็กลับมายืนอยู่ที่เดิมจนได้...

ทำให้คิดได้ว่าคนเราไม่ได้มีความสามารถแค่ด้านเดียว บางทีคุณอาจจะทำอะไรได้หลายๆอย่างโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้ เพียงแต่ต้องลองเปิดใจให้เราเรียนรู้มัน...ไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้หรอกหากตั้งใจทำซะอย่าง...หลายคนบ่นว่าจะเรียนทำไมนักหนา การเรียนไม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิต...นั่นก็ถูกนะ เห็นด้วยเลย แต่การเรียนรู้ต่างหากที่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และการเรียนเป็นกระบวนการอย่างนึงที่ทำให้เข้าถึงการเรียนรู้ นอกจากการทำงาน ตอนนี้ก็กำลังคิดว่าถ้าจบปริญญาตัวนี้ แล้วจะต่ออีกใบเพื่อเรียนอนิเมชั่นโดยตรงเลยจะดีไหมน้อ?

รู้สึกเหมือนพูดมีสาระเลยอะ ก็แค่ฝอยไปเรื่อยๆตามที่คิด จู่ๆวันนี้คิดเรื่องโปรเจคปลายเทอมที่จะทำ แล้วรู้สึกอย่างงี้ขึ้นมา เพราะแม่เคยบอกนานตั้งแต่จบตรีแรกๆแล้วว่าถ้าอยากเรียนอนิเมชั่นต่อก็จะหาเงินให้เรียน แต่ตอนนั้นเราเลือกเดินทางอ้อมไปเองแหละ แต่ก็ดีแล้วเพราะในที่สุดก็ได้เรียนฟรีไม่เสียเงิน หากใครสนใจจะมาเรียนทุนนี้ปีหน้าก็ถามๆได้นะยินดีให้ข้อมูล (แต่เขาไม่ได้สอนอนิเมชั่นนะ เราแค่ฟลุ๊กเพราะมีพื้น) เป็นทุนของม.อีฮวาน่ะ

ปล. เปิดใจให้ลองทำอะไรก็ทำได้ แต่เปิดใจให้กินกิมจิไม่ได้ซักที ฮ่าๆ

edit @ 25 Apr 2008 21:04:36 by 내 사랑....잘 가요

Comment

Comment:

Tweet


อยากรู้ว่า บริษัทที่คุณเล่าให้ฟังว่าไปออกแบบลายผ้าลูกไม้ ชื่อ บริษัทอะไร อยู่ที่ไหนเหรอ อยากไปทำบ้าง พอดีทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ค่ะ เมลล์ตอบที่ pompui_9@hotmail.com ขอบคุณค่ะ
#19 by pui (58.9.93.24) At 2008-10-22 11:48,
แหมม วันนี้ดูเป็นคนมีสาระเยอะขึ้นมาซะงั้นอ่ะ
คมๆ คิดถึงนะ
#18 by Tango (124.121.111.97) At 2008-06-06 16:49,
embarrassed wink embarrassed

พี่ยุ้ยยย!
เหตุการณ์ของพี่กับแฟนเก่า เหมือนกับโมเปี๊ยบ!

แต่ก็๖องอย่างที่พี่บอก ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเนอะ ยังไงก็ต้องพยายาม!
angry smile
#17 by yuri-mo At 2008-05-19 20:45,
นั่นสิคะ
มันอาจเป็นแค่ความหลังที่ตามมาหลอกหลอน
จริงๆแล้วในใจอาจไม่คิดอะไรแล้วนั่นแหละเนอะ

big smile
#16 by yuri-mo At 2008-05-11 15:14,
ว๊าว~ ก่อนอื่นต้อง... ขอบคุณที่ไปเมนท์บลอคเราน๊า ^^
แล้วก็..
พี่ยุ้ย (เห็นเค้าเรียกในคอมเม้นต์ เลยขอเรียกด้วย แหะๆๆ ^^;)
รู้ป่ะว่า Animation อ่ะ คืออะไรที่อยากทำม๊ากกกก
แต่ไม่มีโอกาสได้ทำ แม้แต่ Flash ยังอ่อนแอ - -;

อ่านบลอคพี่แล้ว
อยากเรียนจบเร็วๆ อยากทำงานมั่งแล้ว
อยากไปเกาหลีด้วย 555cry
ความจริงคือ อยากทำงานที่ตัวเองรักได้มั่งจัง big smile

สู้ๆค่า
#15 by ♪ ♪ ★parnz★ ♪ ♪ At 2008-05-05 20:44,
อ่านที่ยุ้ยเขียนเรื่องเรียนเรื่องทำงานทีไร
รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย ที่ได้ทำอย่างที่ใจอยาก
ความเก่งบวกกับโชค เลยได้มีโอกาสเจอสิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ

ณ บัดนาว ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรตามใจอยากเลย
อยากทำเยอะแยะไปหมด จนไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆ
#14 by Z-rebrum At 2008-05-04 20:34,
รู้มาจากประสบการณ์ตรงด้วยว่า คนเกาหลีออกเสียง B ไม่ได้ เวลาพูดจะออกเป็น "พี" เทอมที่แล้วมีคนเกาหลีคนนึงที่อาจารย์ญี่ปุ่นเรียกให้ตอบการบ้าน แล้วข้อนั้นต้องเลือกช็อยส์ข้อบี เขาก็อ่านเป็น "พีๆ" อาจารย์ก็งงๆ เขาก็พยายามตอบ แต่ตอบยังไงก็เป็นเสียง "พี" อยู่ดี

sad smile

น่าสงสารเหมือนกันนะ

แต่มหาลัยพลอยที่พูดคล่องปรือทั้งญี่ปุ่นกับอังกฤษก็เยอะนะ แต่เด็กเกาหลีที่มาที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นคนพูซานทั้งนั้นเลย โซลก็พอมีบ้างแต่น้อยกว่า

#13 by IllusionCheshire At 2008-05-03 18:12,


อ่านจบละหันมามองตัวเอง -*-

ตอนนี้กิ๊บก็เรียนจบมาได้ 2เดือนแล้ว ยังลอยไปลอยมา ไม่รู้จะทำอะไรดีอยู่เลย จะทำงาน หรือจะเรียนต่อ ตัดสินใจไม่ได้สักที ลอยไป ลอยไป.... และสมองก็กำลังจะว่างเปล่าลงเรื่อยๆ -*- กะว่าอาทิตย์หน้ากลับมาจากไต้หวันละจะเอาจริงเอาจังกะชีวิตสักที เรื่อยเปื่อยมานานเกินไปแล้ววว

ยังไงก็สู้ๆนะคะ... คิดถึงพี่ยุ้ยจัง cry
#12 by GZ*Epikhiskool (124.120.160.243) At 2008-05-03 12:50,
อ่านๆมา มาสะดุดตรงประโยคสุดท้าย เปิดใจให้กินกิมจิไม่ได้สักที 5555+
โมเองตอนแรกๆก็เปิดใจไม่ได้เหมือนกัน
แต่พักหลังๆเริ่มติดใจ เพราะอยู่นั่นกินอาหารเค้าได้แค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น
อย่างโมงี้ เปิดใจให้กินต็อกปกกีไม่ได้สักที cry

จริงค่ะ บางทีสิ่งที่เราเรียนๆกันอยู่ มันอาจไม่ใช่แนวของเรา
อย่างโม โมว่าโมก็ยังจับจุดไม่ได้ว่าชอบอะไรที่สุด
ที่พอจะจับได้จริงๆคือโมอยากเรียนต่อด้านดนตรี อยากไปเรียนที่ออสเตรีย เพราะชอบประเทศเค้าด้วย แล้วมันก็ขึ้นชื่อด้านศิลปะ ดนตรี
แต่ว่าสุดท้าย ก็ไม่รู้ต้องมาตายรังกับการเรียนต่อด้านภาษาเกาหลีรึป่าว (มีแนวโน้มว่าจะเป็นงั้น)
แต่ยังไง เรียนไปแล้ว อนาคตมันอาจไปทำงานในแวดวงที่ไม่เหมือนกับสิ่งที่เรียนมาก็ได้
ก็เหมือนอย่างที่พี่ยุ้ยบอกนั่นแหละ มันไม่จำเป็นต้องเรียนหรอก การเรียนรู้นี่สิเป็นสิ่งที่สำคัญ
สำหรับโม 2 ปีที่นี่โมได้เรียนรู้อะไรเยอะเหมือนกัน
เรียนรู้การใช้ชีวิต การปรับตัว แต่ที่อยากจะลองคืออยากรู้ว่าเวลาไปทำงานจริงๆมันจะเป็นยังไง
คงมีประสบการณ์มากมายให้ได้เก็บเกี่ยวเต็มไปหมดเลย
แต่กว่าจะถึงตอนนั้น ก็คงต้องตั้งใจเรียนไปก่อน
อย่างน้อย มันก็เป็นใบเบิกทางไปสู่อนาคต

#11 by yuri-mo At 2008-04-29 12:06,
เหมี่ยวก็ว่ายังดรนะคะที่รู้ว่าเราต้องการอะไร เพราะถามเราตอนนี้เรายังไม่รู้เลว่าเราต้องการอะไร งงตัวเองเจงๆsad smile
#10 by มะเหมี่ยว At 2008-04-27 21:56,
เรียนที่ม.สารคามอ่าคะ ที่จิงก็ไม่ใช่อยู่บ้านหรอกคะ เพราะบ้านอ่ะอยู่ที่สุราษฎร์ธานี ไกลอ่ะนานๆทีจะได้กลับ...แต่ก็ชินกะระบที่ไทยอ่ะ ป้อนมาเราก็รับไม่ได้
แต่ก็หาฝึกโปรแกรมอื่นๆบ้างเหมือนกัน พวกZBrush3 พวกนี้อ่ะทั้งเรียนออกแบบ ทั้งเกม ทั้งวีดีโอ ตัดต่อทั้งหลาย..รวมหมดเลย แต่ตอนนี้ก็จะแยกเป็น2สาขาแล้ว เพราะถ้าสาขาเดียวมันหนักไปอ่ะ ทำเป็นทุกอย่างแต่ไม่เก่งซะอย่าง
#9 by {.........} At 2008-04-26 11:50,
โห...สต็อปโมชั่น
อย่างเห็นจัง ฮะๆ
รู้ว่าทำไง แต่ไม่รู้ว่าทำได้ไง (เอ๊ะ?)
ต้องนั่งขยับทีละนิดส์~ อู้ย คิดแล้วเหนื่อยแทน

มุ่งหน้าหาหนทางชีวิตตัวเองต่อไป โอ๊ส
แค่นี้ ก็ถือว่าโชคดีที่สุดแล้วค่ะ

^^
พี่คะม.คยองฮี สวยมั้ยคะ

[เอ่อ...เรียกแต่พี่ไม่รู้จักชื่อขอโทษด้วยนะคะ พี่ชื่อไรอ่า เข้ามาอ่านของพี่ทุกครั้งแต่ไม่รู้จักชื่อซะงัน [เริ่มตีสนิทเหอๆ]]
#6 by {.........} At 2008-04-25 22:55,
พี่คะสนใจ...ออมสนใจอ่า เพราะตอนนี้เรียนแอนิเมชั่นอยู่กำลังจาขึ้นปี4แต่รู้สึกว่าเหมือนกบในกะลายังไงไม่รู้ อาจายยังไม่ให้ไปฝึกงานเพราะกลัวว่าถ้าไปฝึกงานแล้วนิสิตจะไม่กลับมาเรียนต่อ ซัมเมอก็เรียนพวกวิชาเลือก ..แค่7หน่อยว่างจิงๆคะ จทำงานก็ไม่ค่อยมีงานให้ทำอ่า อยากหาประสบการณ์มั่ง
#5 by {.........} At 2008-04-25 22:50,
สู้ๆนะคะ
ในที่สุดสิ่งที่ชอบ สิ่งที่อยากทำมานาน ถึงแม้ว่าจะถูกพับเก็บไปแล้ว แต่ในที่สุดก็ได้กลับมาจับอีกที จะมีอะไรน่าสุขใจมากไปกว่านี้ล่ะ?

ที่สำคัญ ประเทศเกาหลีกับ animation ก็เรียกว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดด้านนี้ไปแล้วเหมือนกัน ดูจากงาน CG game, หนังของเค้า รู้สึกว่า CG เค้านี่ไม่ด้อยไปกว่าของชาติตะวันตกหรือญี่ปุ่นเลย เยี่ยมมากๆเลยนะคะ ^___^

ยังไงก็สู้ๆนะคะ

(ตอนนี้กำลังลองสมัครทุนอยู่ เป็นทุนที่เกาหลีซะอีกแน่ะ ถ้าได้ขึ้นมาจริงๆคงจะได้รบกวนคุณพี่ยุ้ยอีกแน่ๆเลยค่ะ // คราวที่แล้วไปเกาหลีสรุปว่าไม่ได้ไปผับล่ะค่ะ เพราะเอาไปช็อปซะหมด 555)
#4 by Fly_Away At 2008-04-25 21:56,
....คนมันต่างจากสัตว์ก็ตรงที่มันรู้จักหนีความดักดาน รู้จักเสพรู้จักหา (จนหลงเสพไปหาไปไม่รู้จักพอ)
....แต่บางคนก็รู้จักหาความสุขกับความดักดานได้เหมือนกัน....นี่แหละคนละ
'block cool!'
#3 by BOB_SPOKESMAN OF BROKU At 2008-04-25 21:43,


ชอบจังที่บอกว่า การเรียน ไม่สำคัญเท่าการเรียนรู้

...^^ ไว้อย่าลืม เอางานเอนิเมชั่นมาให้ดูบ้างนะค่ะ

อ่อ ถ้าว่างก็อยากลืมต่อบ้างน้า 마지막 인사 อยากอ่านจัง big smile
#2 by a.while At 2008-04-25 21:24,
อ่านดูแล้วเจ๊ยุ้ยได้ทำสิ่งที่ชอบมาเยอะเลยเนอะ
เป็นประสบการณ์ที่ดีจัง น่าอิจฉา

ตัวพลอยเองก็สนใจหลายอย่างนะ
แต่ก็จับๆจดๆมันไปซะทุกอย่างเลย
ที่พอจะมีติดตัวจริงๆก็น่าจะเป็นเรื่องวาดรูปละมั๊ง
แต่ก็มาท้อเอาช่วงม.ต้นเนี่ยแหละ
เพราะว่าเคยถูกบ่นว่า "เส้นเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเกินไป"


ก็ทำไงได้หล่ะ...แรงบันดาลใจมันมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น พอจะแก้ก็แก้ได้ไม่ทันแล้ว ยิ่งวาดแล้วก็ยิ่งท้อใจ จนในที่สุดก็ไม่ค่อยยอมวาดแล้ว
นึกแล้วก็เสียดายนะ

ตอนนี้ถึงตัวเองจะหันมาทางภาษา แต่ก็เรียกว่าเป็นการเรียนแบบเรื่อยๆมากกว่า เห็นท่าว่าจบไปแล้วยังไงชีวิตก็คงหนีไม่พ้นด้านภาษา วาดๆแน่นอน แต่ไม่แน่นะ นักเขียนนิยายกับทำขนมขายก็น่าสน


ก็คนมันจับจดนี่ question
#1 by IllusionCheshire At 2008-04-25 21:12,