2008/Sep/30

หายไปตายซากมากเลยค่ะคุณเจ๊เนี่ย ขออภัยแฟนบล็อก(ที่ไม่ค่อยมี)อย่างสูง เปิดเทอมแล้วอะไรๆมันก็วุ่นวายจิงๆ แลปท็อปของตัวเองก็เจ๊ง ของมหาลัยให้มาก็มีปัญหาเหอะ ต้องส่งซ่อมจนเบื่อ แถมยังโดนถีบออกจากหอในมหาลัยอีก กลับมาถึงวันแรกก็ต้องวิ่งโร่หาหอใหม่กันเลยทีเดียว ตอนแรกบ้านที่เพื่อนมันหาไว้นั้น พอมาเห็นแล้วดูไม่ได้เลยอะ อยู่ร่วมกับผู้ชายทั้งนั้น บ้านเน่ามากอะ โดยเฉพาะห้องน้ำ ในครัวก็แมลงวันบินให้ควั่ก แถมห้องยังไม่มีแอร์อีก ไม่รุมันไปเออออห่อหมกตกลงใจอยู่ได้ไง พอมาเห็นดิฉันแทบกรี๊ด ต้องรีบวิ่งหาบ้านใหม่เลยทีเดียว พอดีเพื่อนพูดภาษาเกาหลีไม่ได้เลยหาบ้านยากอะ จะไปด่ามันมากก็ไม่ได้ ฮิๆ

บ้านใหม่ที่ได้ก็โอเคอะ ภาษาเกาหลีเขาจะเรียกว่าวันรูม แต่ถ้าอังกฤษก็ห้องสตูดิโออะนะ มีครัวให้ ห้องน้ำให้ส่วนตัว แต่พออยู่กันสองคนห้องเลยเล็กไปถนัดตา แต่ชอบตรงที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินนี่แหละ (เหมาะเวลาออกไปแรด ฮิๆ) การเช่าบ้านในเกาหลีส่วนใหญ่จะต้องจ่ายค่ามัดจำบ้าน ซึ่งถ้าจ่ายมากก็ค่าเช่าถูกลง ส่วนใหญ่ค่ามัดจำจะอยู่ที่หลักล้านวอน อย่างบ้านเจ๊นี่ต้องจ่ายไปสองล้านวอน สัญญาอยู่หนึ่งปี  ค่าเช่าเดือนละสี่แสนวอน ค่าน้ำไฟจ่ายตะหาก จริงๆค่าเช่าราคานี้อยู่เมืองไทยได้คอนโดหรูๆเลยอะ ซึ่งบ้านเจ๊นี่นับว่าถูกแล้วเพราะอยู่ย่านวัยทีนมากๆ (ชินชน) เดินหามาจนน่องปูดมีบ้านนี้แหละเข้าตาที่สุด แถมอยู่ชั้นล่างอีก เพราะของคุณเจ๊เยอะมากจะให้แบกสังขารลากกระเป๋ายักษ์ขึ้นชั้นสองสามคงไม่ไหวอะนะ ตอนย้ายของมาที่นี่ รถคุณหมีแทบโช๊คพัง

แต่ที่ทำให้เจ๊รู้สึกอเมสซิ่งเกาหลีมากเลยคือ บ้านใหม่คุณเจ๊เนี่ย อยู่ในดง "โรงแรมม่านรูด หรือโมเตล"จ้า ใครเคยไปเกาหลีคงเห็นชินตาเหมือนกัน ตามย่านที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินทุกที่จะมีโมเตลเยอะมากเหอะ ยิ่งแถวชินชนซึ่งเป็นสถานที่นัดเดทของวัยรุ่นกัน มีทั้งโรงหนัง ร้านอาหารมากมายและโมเตล...หลังจากกินอิ่มพวกน้องๆเด็กเกรียนแถวนี้เขาก็จะมาจบกันที่โมเตลกันทั้งนั้น เพื่อนเคยบอกว่าโมเตลจัดเป็นสถานที่เดทอย่างหนึ่งของคนเกาหลี เพราะหลายๆที่มีทั้งหนังให้ดู มีอินเตอร์เนทให้เล่น เรียกว่าศูนย์เอนเตอร์เทนอย่างครบครันเลยทีเดียว

ครั้งนึงเคยมีคุณลุงขับแท็กซี่ ขณะพาเจ๊เข้าไปส่งที่หน้าบ้านแกก็ถามขึ้นว่า

"หนูไม่รู้สึกประหลาดบ้างเหรอที่มาอยู่แถวนี้"

ก็ตอบไม่ถูกเลยค่ะลุง ประหลาดแน่นอนละ แต่ไม่ใช่มีบ้านหนูหลังเดียวอยู่ตรงนี้นี่คะ มีตั้งหลายหลังโว๊ย!!! ผิดที่อีโรงแรมพวกนี้มันดันมาเปิดตรงหน้าบ้านตะหาก

ตอนขนของมา อีหมีก็ถามเหมือนกันว่า "너 모텔에서 살어?" (นี่เธออาศัยอยู่ในโมเตลเหรอ?)

เวลาเดินออกจากบ้านที ก็ต้องเดินออกทะลุบรรดาโรงแรมทั้งหลายพวกนี้ออกไป ตอนแรกเจ๊ก็อื้อหืออื้อหาไปกับโรงแรมสวยๆละลานตา แบบว่ามีรูปห้องแปะกันให้ดูอลังการเลยทีเดียว ถ้าเดินออกมากับแฟนรับรองว่าต้องโดนหาว่าออกมาจากโรงแรมแหงๆ แล้วที่แปลกประหลาดกว่านั้นคือ คนเกาหลีนั้นเดินเข้าโรงแรมกันหน้าตาเฉยเหมือนมาเดินห้าง เรายังเคยเห็นคู่นึงอะ เดินเข้าโรงแรมโน้น ออกโรงแรมนี้ คงเช๊คดูราคาห้องมั้ง บางคู่ก็หน้าตาเด็กเรี้ยนเด็กเรียนเหอะ โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ตรงซอยปากทางเข้าบ้านเจ๊จะมีแต่คนเดินมาเป็นคู่ทั้งนั้นเลย แถมเยอะยังกับมีมหกรรมมิดไนท์เซลล์ (ไม่สิ มันเริ่มตั้งแต่แดดออกนี่แหละ)

เคยคุยกับเพื่อนนะ ว่าเกาหลีเป็นประเทศที่เดี๋ยวนี้ฟรีเซ็กซ์พอๆกับญี่ปุ่นแล้วมั้ง แต่ทำไมประเทศเขาถึงมีอัตราการเสี่ยงต่อโรคเอดส์ต่ำมาก? อาจะเพราะไม่ได้เป็นประเทศผ่านแบบประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวอุ่นหนาฝาคั่ง ที่เกาหลีคนต่างชาติส่วนใหญ่จะมีแต่นักเรียนหรือไม่ก็คนที่ถูกส่งมาทำงาน มีคนที่มาเที่ยวจริงๆน้อยมาก (ยกเว้นคนไทย)

เรื่องของ스킨십 หรือskinship คือการถูกเนื้อต้องตัวกันของเพศตรงข้าม ที่เกาหลีถือเป็นเรื่องปกติมากๆ อย่างที่เห็นในทีวี พวกดารากอดกันหอมกันไม่เว้นแม่แต่เพศเดียวกัน มันเป็นวัฒนธรรมของเขาที่เราต้องปรับตัวให้ชินให้ได้ การรู้จักกันเพียงครั้งแรกคนเกาหลีอาจจะเดินจับมือคุณได้ หรือโอบคุณได้อย่างสนิทสนมเลยทีเดียว ถ้าเป็นเมืองไทยคงโดนตบไปละ อาจจะโดนหาว่าเจ้าชู้ เป็นคนมือไวใจเร็ว แต่ที่นี่ธรรมดามากๆๆ เคยเล่าให้หมีฟังว่ามีเพื่อนคนนึงที่ไทย คบกับแฟนมาสามปี ทำได้แค่จับมือกัน อีหมีทำท่าตกใจมาก ประหนึ่งนี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์พันลึกจริงๆ แต่คนเกาหลีส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเมืองไทยค่อนข้างฟรี เพราะมันชอบมีสื่อ พวกสารคดีไปถ่ายเกี่ยวกับเรื่องโสเภณีเมืองไทยอะนะ เรื่องเด็กขายตัวไรเงี้ย คนเกาหลีเลยชอบคิดว่าคนไทยก็ฟรีเซ้กซ์เหมือนกัน...แย่มากๆ อยากไปเบิ๊ดกะโหลกไอ้พีดีคนทำรายการจริงๆ แมร่ง!!!

เรื่องสกินชิพนี่มีเคสนึงล่าสุดเพิ่งโดนมาหมาดๆเพราะตอนย้ายบ้านนี่แหละ ตอนทำสัญญาเช่าบ้าน คุณยายเจ้าของบ้าน ดั๊นไปเรียกไอ้เกาหลีหน้าเหลี่ยมคนนึง (หน้าเหลี่ยมแบบทักษิณยังอายเหอะ) มาช่วยคุยเรื่องสัญญา ตานี่เขาทำงานดีลกับพวกคนต่างชาติ เหมือนให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ชีวิตอยู่นี่อะนะ พอทำสัญญาเสร็จ ตาเหลี่ยมก็บอกให้พวกเจ๊พาไปเลี้ยงข้าว...แบบหน้าด้านๆมากเหอะ ได้ข่าวว่ามรึงไม่ได้ทำไรให้กรูเลย แค่มายืนบอกยายว่าให้กรอกตรงช่องไหนบ้าง จบ...ก็พาไปแบบจำใจ แล้วนึกว่าเรื่องจะจบจะได้ลาขาดจากเหลี่ยมลูกเต๋าซะที แต่ปรากฏว่ายังมีเรื่องติดเนทอีก ตานี่ก็ติดต่อบ.เนทให้ แล้ววันถัดมามันก็นัดเจอพวกเจ๊เพราะจะเอาเอกสารให้เซ็น แต่ลูกเต๋าบอกว่าให้ไปเจอกันที่ฮงเด...ในใจเจ๊กับเพื่อนคิดกันว่า เอาแล้ว มันอยากกินของแพงแน่ๆ...เซ็งอะ ก็ไปอะนะ แบบจำใจอีกรอบ แต่ปรากฏว่าคราวนี้มันเลี้ยง!! แล้วก็พูดๆไรไม่รุ เราก็เดินตามไปประสาฟังไม่รุเรื่อง ปรากฏว่ามันพาไปที่รถแล้วขับพาไปดูวิวแม่น้ำฮัน ตอนกลางดึกซะนี่!! แอบงงกับเพื่อน...แมร่งท่าจะเพี้ยน...

แต่อะไรไม่เด็ดเท่าตอนเดินชมวิวเหอะ มีเด็กเล็กๆเดินจูงมือกันอยู่ตรงหน้า ลูกเต๋าก็คว้าหมับมือคุณเจ๊ไปเลยอะ บอกว่า"มาเดินจับมือแบบเด็กๆกันเหอะ"....โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วเหอะ แมร่ง!!

ขนพองสยองเกล้าไปจนถึงประสาทท้ายทอย โดนลูกเต๋าจับมือแบบปฎิเสธไม่ได้...ว๊ากๆๆๆๆๆๆๆ งงด้วยจะเรียกว่าเป็น"เพื่อน"ก็ยังไม่ใช่เลยม้างงงงงงงงงงงงง

ครั้งนั้นถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์สกินชิพอันน่าขนพองเกล้าในเกาหลีจริงๆ หลังจากนั้นต้องเจอลูกเต๋าอีกครั้งนึงเพราะมันมาช่วยย้ายของกึ่งหนึ่ง (ย้ำว่าแค่กึ่งหนึ่ง เพราะสมบัติเยอะมาก) ทีนี้ลูกเต๋าพาไปเดินที่สวนตรงเวิร์ลคัพสเตเดี่ยม มันน่ากลัวววววววววมากๆ เพราะลูกเต๋าพยายามจับมือคุณเจ๊ตลอดเวลา จนต้องบอกเพื่อนว่า"มรึงช่วยจับมือกรูไว้หน่อยเหอะ เยี่ยวจะราดแล้ว" พยายามเอาออกมันก็ดึงไปอีก ไม่รุเหรอวะว่าคนเขาไม่ชอบอะ (แต่ถ้าเป็นผู้ชายหล่อๆก็ไม่เป็นไรอะนะ ฮ่าๆ) แถมยังมีโอบอีก...จนคุณเจ๊อดสงสัยไม่ได้ว่าตอนฟังมันพูดเกาหลีไม่รู้เรื่องนี่ พูดแต่ 예ๆๆๆ จนเผลอไปตกลงเป็นแฟนกับมันเข้าเป่าวะ?

หลังจากนั้นเลยได้พบความมหัศจรรย์ของมือถือตัวเองที่มันสามารถบล็อกเบอร์โทรเข้าได้ เลยจัดการบล็อกเบอร์ตาเหลี่ยมลูกเต๋าไปได้...ชีวิตในแดนโมเตลมหัศจรรย์จึงพบกับความสงบสุขด้วยประการละฉะนี้...

คุณเจ๊เหนื่อยเม้าส์มาก (แก่แล้วก็เงี้ย) จริงๆมีเรื่องอยากเม้าส์อีกเยอะนะ แต่เอาไว้ก่อนไม่ค่อยว่างเลยอะ

Comment

Comment:

Tweet


"มรึงช่วยจับมือกรูไว้หน่อยเหอะ เยี่ยวจะราดแล้ว" ประโยคนี้เด็ดค่ะ โดนใจอย่างจัง confused smile
#8 by 프라이데이 At 2009-02-01 16:56,
พี่สาวที่รักยิ่ง

ชีวิตช่างมีอะไรให้ตื่นเต้นตลอดเวลา
อีกทั้งยังสมบุกสมบันเหมือนหุ่นอันงามๆ เสียนี่กะไร

ขอบคุณที่ยังไปอุตส่าห์จิ้มเข้าไป

L.o.v.e
#7 by •.★.Cockroach.★.• At 2008-10-01 13:37,
โอววว เคยรู้มาว่าผู้ชายเกาหลีเค้าถึงเนื้อถึงตัวกับเพศเดียวกันเป็นเรื่องปกติ
แต่ไม่คิดว่ากับต่างเพศก็เป็นเรื่องปกติด้วย

อ่านแล้วสยองแทนจริงๆ เลยค่ะ ^^"
#6 by Aijou~ At 2008-10-01 08:05,
กี๊ดดดดดดดดดดด โดนลูกเต๋าจับมือ อ่านแล้วยังสยองไปด้วยเลยค่ะ นึกภาพออกเลย ดีใจด้วยที่คุณเจ๊สลัดลูกเต๋าออกไปจากชีวิตได้ค่ะ

เมื่อวานนนี้เพิ่งไปส่งญาติไปเกาหลีมาค่ะ ป่านนี้คงเข้าที่พักเรียบร้อยแล้วแฮะ
#5 by gallantfoal At 2008-09-30 21:45,
นั่งขำเป็นบ้า น้ำตาเล็ดอยู่คนเดียว ๕๕๕๕๕
#4 by Tango (124.121.105.170) At 2008-09-30 20:36,
ฮ่าๆๆๆ เค้าก็รออยู่ ด้อมๆมองๆมาหลายรอบละว่าเมื่อไหร่คุณพี่จะอัพบล๊อกซะที

เห้นค่าเช่าบ้านละก็ตกใจกันเป็นแถบๆ แต่ก็.. ดีกว่าอยู่รวมกับบ้านนั้น(ใช่มั้ย) ส่วนเรื่องจับๆแตะนี่ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่งเห็นกับตาที่อนุเสาวรีย์ฯ ตอน 2ทุ่ม.. น้องยืนกอดกันแบบว่า จะจูบกันอยู่แล้ว เห็นละเขินแทน -*-

แต่ตาลูกเต๋านี่ น่ากลัวแฮะ..

แฮปปี้ๆนะพี่ยุ้ย จุ๊บ cry
#3 by Gifzie* (124.120.180.145) At 2008-09-30 19:57,
พูดถึงเรื่องฟรีเซ็กส์

วันก่อนไปร้านร้อยเยนเพื่อซื้อของกับเพื่อน เลยจอดจักรยานไว้ด้านข้างๆ พอซื้ิอเสร็จออกมาเอาจักรยาน เจอคู่วัยรุ่นกับลังซบอยู่เลย
ข้างๆจักรยานพลอย ห่างไปหนึ่งฟุต

ตอนแรกๆก็เฉยๆ แต่คราวนี้ล็อคจักรยานมันดันแข็ง
กว่าจะปลดได้ จากที่ไม่เขินกลายเป็นเขินไปเลย


หนูแบ๊วววววววววววววว เค่อะquestion



ป.ล.ตัวเลขค่าเช่าบ้านกับสัญญาดูแล้วน่าเป็นลมมาก
ตอนทำสัญญาบ้านปัจจุบันของพลอยหลักแสน...
มือไม้สั่นสุดๆตอนโอนsad smile
#2 by IllusionCheshire At 2008-09-30 19:36,
ฟังแล้ว...ชีวิตแลดูวุ่นวายจังเลยค่ะ (^^a)

ค่าเช่าเล่นกันหลักล้านอ่านแล้วตกใจ...(ไม่ค่อยรู้เรทค่าเงินเค้าซักเท่าไหร่ ฮะๆ)

ว่าแต่...เกาหลีฟรีพอๆกันญี่ปุ่นเลยเหรอเนี่ย ไม่ค่อยได้ยินข่าวทางด้านนี้เลยนะ (ไม่เหมือนญี่ปุ่น...ทั้งหนังทั้งการ์ตูน)

ผู้ชายเกาหลี...นอกจากหน้าจะน่ากลัวแล้ว นิสัยยังน่ากลัว(มากก)อีกด้วย sad smile
#1 by ๑۩ﺴ Ul-Q ﺴ۩๑ At 2008-09-30 19:23,